30/11/2012 รอบด้านตลาดหุ้น จากบัวหลวง

30/11/2012   รอบด้านตลาดหุ้น   
Brief : ทดสอบจุดสูงสุดเดิม         
รายวัน คาดดัชนีฯ Sideway up แนวรับ 1,303 จุด แนวต้าน 1,314 จุด โดยมีโอกาสทดสอบจุดสูงสุดเดิมก่อนย่อตัวลง และไปทำนิวไฮท์ต้นสัปดาห์หน้า ภายใต้สมมุติฐาน 1) การหารือ US Fiscal cliff รอบใหม่สัปดาห์หน้าคาดมีพัฒนาการดีขึ้น 2) คาดตลาดมีแรงเก็งกำไร ECB ลดดอกเบี้ยเซอร์ไพร์สตลาดสัปดาห์หน้า (แต่เราคาด ECBคงดอกเบี้ยและอาจส่งผลให้ตลาดอ่อนตัวลงปลายสัปดาห์หน้า 3) วันนี้ MSCI เพิ่มหุ้นไทยเข้าคำนวณดัชนีฯ+น้ำหนักหุ้นไทยเพิ่มขึ้น

พอร์ตเล่นรอบ คาดตลาดจะบวก ปลายสัปดาห์นี้ถึงต้นสัปดาห์หน้า โดยการพักฐานคาดว่าจะไม่ลึก และให้น้ำหนัก 70% เสร็จสิ้นการปรับฐานไปแล้ว จากนี้ไปคาดซิ๊กแซกขึ้นและดัชนีฯมีโอกาสแตะนิวไฮท์ ก่อนไปปรับฐานอีกครั้งระหว่าง เดือน มค.ปีหน้า

กลุ่มเด่น หุ้นเข้า MSCI, แบงก์ , โรงแรม, หุ้นปันผลดี, เล่นรีบาวด์ในกลุ่มสื่อสาร (ลุ้นศาลตัดสินใบอนุญาต 3G), รับเหมา, อาหาร-ส่งออก (ครม.ถก FTA ยุโรป สัปดาห์หน้า)

หุ้นเด่น ดูรายงานวันนี้ CFRESH (ราคาเหมาะสมพื้นฐาน 11.5 บ.) GFPT (TP 9.5 บ.) MCOT (รับ 35.75 บ. ต้าน 37.5/38 บ.) ปรับผังใหม่เริ่ม มค.เป็นต้นไป ดันรายได้โต 20-30% เทียบปีนี้ 10%

เทรดดิ้ง หุ้นเข้า MSCI ขายทำกำไรบ่ายวันศุกร์-เช้าวันจันทร์ CPN MAKRO AOT SRICHA SITHAI

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดฯ
(+)  ประชุม ครม. 4 ธค. คาด FTA ยุโรปคืบหน้า ก่อนชงรัฐสภา (ม.190) ต่อไป คาดเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก อาหาร แนะนำ CFRESH (ได้ประโยชน์โดยตรง)

(+/-) สัปดาห์หน้า ปธน.สหรัฐฯหารือ ประธานสภาครองเกรส หาทางออกแก้ปัญหา US Fiscal cliff (ตลาดยังคงเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ด้วยดี)

(+) วันนี้สภาเยอรมนี ลงมติเห็นชอบ อนุมัติ เงินกู้ 43.7 พันล้านยูโร แก่กรีซ เริ่มเบิกได้ 13 ธค.เป็นต้นไปถึง สิ้นเดือน มีค. 2013

(-) US จีดีพี 3Q12 (รอบ2) ปรับขึ้นเป็น 2.7% จาก 2% แต่น้อยกว่าที่ตลาดคาด 2.8-3%

(+)MSCI มีผล 30 พย.เป็นต้นไป น้ำหนักหุ้นไทยเพิ่มขึ้นเป็น 2.93% จากต้นปีที่ 2.65% โดยหุ้นที่เข้าคำนวณ MSCI-TH Standard index 4 บจ.ได้แก่ AOT BGH MAKRO CPN ส่วนหุ้นเข้า MSCI small cap ได้แก่ BAFS GOLD LOXLEY ROJNA SITHAI SRICHA SVI TK VIBHA
และหุ้นออกจาก small cap EGCO MINT RATCH ROBINS TRUE (มีผลกระทบด้านลบ)

Investment theme:
หุ้นเพิ่ม MSCI แนะนำซื้อเพื่อไปรอขายวันที่มีผลบังคับใช้ จากคาดกองทุนต่างชาติ ที่อิงผลตอบแทนกับดัชนีฯ MSCI ปรับหุ้นเข้า/ออกตามการเปลี่ยนแปลง +CPN BGH MAKRO AOT SITHAI SRICHA

หุ้นปันผลดี ปันผลสูง MCOT CFRESH SRICHA

Recommend : AOT (ถือ/ราคาเป้าหมาย 95.00 บาท)
30/11/2012   Commodity Futures Detail  
Brief :

กลยุทธ์การลงทุน

Recommend :

Gold

  • สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ เพระได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาหน้าผาการคลังของสหรัฐยังได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเรื่องความไม่แน่นอนด้านการคลังของสหรัฐ
  • เราอยากให้นักลงทุนอย่าแกว่งตามข่าวของทองคำในช่วงนี้ เพราะอย่างเรื่อง fiscal cliff บางข่าวก็บอกว่าดีหรือไม่มีต่อราคาทองคำ จึงอาจทำให้สับสนได้ เราประเมินว่าราคาทองคำแค่พยายามแกว่งตัวข่าวที่เข้ามากระทบในระยะสั้นเท่านั้น เพราะจริงๆแล้วไม่ว่าจะ cliff หรือไม่ cliff เฟดก็จะยังอัดฉีดเงินต่อไป ฉะนั้น เราจึงแนะนำให้ถือสถานะ Long ต่อ หรือเข้าซ้อเมื่ออ่อนตัวต่ำกว่า 1720 เหรียญ จุด cut loss ที่ 1700 เหรียญ

Oil

  • สัญญาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นขานรับจีดีพีไตรมาส 3 ของสหรัฐที่ขยายตัว 2.7% ต่อปี ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราที่รวดเร็วที่สุดในรอบเกือบสามปี และสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งแรกที่ 2.0% อีกทั้งยังขยายตัวได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.8% เนื่องจากการปรับเพิ่มสต็อกสินค้าคงคลังและการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกจากสถานการณ์ที่ไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงในอียิปต์ รวมทั้งความขัดแย้งกันระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส และความไม่สงบที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นในซีเรีย ซึ่งนักลงทุนกังวลว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบอุปทานพลังงาน
  • เมื่อดูจากประเด็นที่เข้ามากระทบในช่วงนี้ค่อนข้างค่อนข้างสะท้อนในราคาไปแล้วระดับหนึ่ง ประเด็น fiscal cliff ถ้ามีความคืบหน้าที่ชัดเจนก็น่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้นได้ระดับหนึ่ง คงต้องรอดูปัจจัยใหม่ๆที่จะเข้ามา ซึ่งอาจจะมีไม่มากนัก เพราะเข้าใกล้ช่วงวันหยุดเข้าไปเรื่อยๆ และเมื่อพิจารณาจากก็ยังออกแนว sideway สอดคล่องกับปัจจัยในช่วงนี้เช่นกัน จึงแนะนำให้ชะลอการลงทุน

ปิดตลาดเช้าหุ้นไทยปรับเพิ่ม 9.46 จุด

Pic_309711

ปิดตลาดหุ้นไทยเช้าวันพฤหัสบดีที่ 29 พ.ย. ที่ระดับ 1,309.40 จุด ปรับเพิ่ม 9.46 จุด รวมมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 22,985.42 ล้านบาท Continue reading

รมว.อุตสาหกรรม ย้ำ วิกฤติ สอท. ไม่เกี่ยวค่าแรง 300

Pic_309726

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ยืนยัน ความขัดแย้งใน ส.อ.ท. เป็นเรื่องภายใน ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายค่าแรง 300 บาท ของรัฐบาล Continue reading

ธปท.นัดถกแบงก์พาณิชย์เบรกโฆษณาก่อหนี้

Pic_309737

ธปท.นัดถกแบงก์พาณิชย์อย่าโหมโฆษณาสินเชื่อ ชิงโชค แจกของรางวัล  3 ธ.ค.นี้ หวั่นเป็นการกระตุ้นให้คนอยากเป็นหนี้โดยไม่จำเป็น  พร้อมส่งหนังสือแจ้งคลังช่วยกระตุกแบงก์รัฐ ให้ลดการกระทำดังกล่าวด้วย

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึง การเชิญนายธนาคารมาหารือในวันที่ 3 ธ.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีประเด็นที่จะหารือ คือ ในเรื่องของการชะลอการโฆษณาจูงใจ หรือการกระตุ้นให้ธุรกิจรายเล็ก หรือผู้มีรายได้น้อย ขอสินเชื่อที่ไม่จำเป็นต่อการทำธุรกิจ หรือนำไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย เช่น การชิงโชค แจกของแถม นอกจากนั้น ยังต้องให้ธนาคารพาณิชย์ ช่วยในการให้ความรู้ประชาชนถึงการบริหารเงิน โดยมีการออมก่อนจ่าย และก่อหนี้สินที่จำเป็นเท่านั้น ไม่อย่างนั้น จะทำให้ตัวลูกค้ามีปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว

นอกจากนั้น ยังจะย้ำในเรื่องการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ว่า ไม่ควรที่จะขายแบบกึ่งบังคับ หรือขายพ่วงกัน แต่ควรจะให้ความรู้ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ทางการเงินแต่ละชนิด มีประกาศเงื่อนไข ดอกเบี้ยที่แท้จริง และค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ชัดเจนเข้าใจง่าย และให้ลูกค้าเป็นผู้เลือกได้ด้วยตัวเองเอง และหากจะแจกของแถมก็ให้เป็นการแจกเท่ากันทุกคน ขณะที่อาจจะมีเรื่องที่ธนาคารพาณิชย์อยากจะหารือกับ ธปท.ด้วย

“เรื่องหนึ่งที่ ธนาคารพาณิชย์ถามมาตลอดคือ แบงก์พาณิชย์ทำไม่ได้ แจกรางวัล ชิงโชคไม่ได้ แต่ทำไมแบงก์รัฐทำได้ เช่น กรณี ธนาคารออมสินแจกทอง เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ ธปท.ได้ทำหนังสือไปถึงกระทรวงการคลัง เพื่อชี้แจงในเรื่องการแข่งขันที่มีความเป็นธรรมระหว่างแบงก์พาณิชย์กับแบงก์รัฐและไม่ควรมีการชิงโชค หรือแจกรางวัล เพื่อกระตุ้นลูกค้าเช่นเดียวกัน ซึ่งกรณีนี้ ธปท.ได้แต่ทำเรื่องไปเพื่อขอความร่วมมือให้กระทรวงการคลังดูแลเรื่องนี้ แต่จะเป็นอย่างไรนั้นขึ้นกับกระทรวงการคลังพิจารณา” นายประสาร กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ในสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ธ.ค.นี้ ธปท.จะมีการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กับคณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) เพื่อพิจารณาภาพรวมของเศรษฐกิจทั้งในภาคการเงิน และสถาบันการเงิน รวมทั้ง ทิศทางของสินเชื่อบุคคลที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อนข้างสูงและมีการผิดนัดชำระหนี้ เพิ่มขึ้นทั้งนี้ หากจะถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่ ธปท.จะนำมาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงิน (Macro prudential) มาใช้ในการควบคุมการปล่อยสินเชื่อภาคครัวเรือนของสถาบันการเงิน ก็มีความเป็นไปได้ เพราะมาตรการด้านการควบคุมธุรกรรมของสถาบันการเงิน ถือเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ ธปท. สามารถนำมาใช้ในการกำกับดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมได้

“ผมมองว่า มาตรการดอกเบี้ย จะมีผลค่อนข้างกว้างและกระทบกับทุกคน ซึ่งในระบบการเงินนั้นบางปัญหามันเป็นเรื่องเฉพาะจุด เพราะตอนนี้สินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัวได้ในระดับ 12% และเป็นสินเชื่อที่มีธุรกรรมที่ดีรองรับ ส่วนสินเชื่อภาคครัวเรือนนั้น ถ้าเป็นสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย กรณีนี้ก็พออธิบายได้เช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ยังอยู่ในระหว่างการประเมินแนวโน้มของการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ และหนี้เสียของสินเชื่อส่วนบุคคลก่อน และยังไม่มีแนวคิดว่าจะนำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ เพียงแต่อยากให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก หรือผู้มีรายได้น้อย เข้าใจว่า ธปท.สนับสนุนให้ผู้ที่มีรายได้น้อย และธุรกิจขนาดเล็กเข้าถึงบริการทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ไม่สนับสนุนให้มีการก่อหนี้ใช้จ่ายเกินตัวด้วย.


2012-11-30 09:16:22
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

บอร์ดแบงก์ชาติเตือน ธปท.จับตาศก.ไทย

Pic_309745

บอร์ดแบงก์ชาติ เตือน ธปท.อย่าเพิ่งดีใจเศรษฐกิจไทยขยายตัวดีขึ้นในเดือน ต.ค. ขอให้จับตาผลกระทบโลกต่อเศรษฐกิจไทยต่อเนื่อง เพื่อให้ดำเนินนโยบายการเงินได้ถูกต้อง ขณะที่พนักงานธปท.จ่อเฮ งบเงินเดือนปีหน้าขึ้น 7%

เมื่อวันที่ 29 พ.ย. นายชาญชัย บุญฤทธิ์ไชยศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการสายช่วยงานบริหาร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (กกธ.) เมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.ได้รายงานถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 และเดือน ต.ค.ที่ผ่านมาว่า สามารถขยายตัวดีขึ้นกว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า และคาดว่าจะมีแรงส่งจากการใช้จ่าย และการลงทุนในประเทศต่อเนื่องให้การขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปีหน้าเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง ขณะที่ในด้านเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลกมีทิศทางที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธาน กกธ. และกรรมการ ธปท.หลายท่านได้แสดงความเป็นห่วงถึงสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป โดยให้ ธปท.ยังคงติดตามสถานการณ์ จับตา และให้ความระมัดระวังต่อเนื่องไป โดยเฉพาะประเด็นการเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเกิดขึ้นรวดเร็วของประเทศเศรษฐกิจหลักต่างๆ ที่จะกระทบต่อเนื่องไปยังภาวะเศรษฐกิจโลก และกระทบต่อเนื่องมายังเศรษฐกิจไทยได้ รวมทั้งให้ติดตามประเด็นการใช้จ่าย และการลงทุนในประเทศด้วย เพื่อให้การดำเนินนโยบายของธปท.ไปในทิศทางที่เหมาะสม

“การปรับตัวดีของเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 3 และเดือนต.ค.ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม กรรมการธปท.ก็อยากให้ธปท.อย่านิ่งนอนใจ ให้จับตาผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เห็นภาพเศรษฐกิจไทยในช่วงต่อไปอย่างชัดเจนมากขึ้น เพราะประธาน และกรรมการยังเป็นห่วงทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปอยู่” นายชาญชัยกล่าว

นายชาญชัย กล่าวอีกว่า นอกจากนั้น ในการประชุม กกธ.ครั้งนี้ บอร์ด ธปท.ได้อนุมัติงบประมาณรายจ่ายของ ธปท.ในปี 2556 โดยเฉพาะในส่วนของรายจ่ายที่เป็นเงินเดือนพนักงาน บอร์ดอนุมัติให้เพิ่มขึ้นประมาณ 7% ซึ่งหลังจากนี้ฝ่ายการพนักงานจะต้องไปพิจารณาว่าแต่ละฝ่ายหรือแต่ละบุคคลจะได้ปรับขึ้นเงินเดือนในอัตราเท่าไร สำหรับโบนัส ธปท.ไม่ได้จัดสรร แต่จะเป็นการให้เงินในลักษณะการจูงใจในการทำงานทดแทน


2012-11-30 09:16:20
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์